หน้าหลักรวมโปรแกรมคำนวณ 💡 ระบบแสงสว่างและหลอดไฟ

คำนวณหลอดไฟและโคมดาวน์ไลท์ ให้สว่างพอดีห้อง

รู้ว่าห้องนี้ควรติดดาวน์ไลท์กี่ดวง ระยะห่างประมาณเท่าไร และควรเลือกสีแสงแบบไหน ใน 30 วินาที — ดูที่ลูเมน ไม่ใช่แค่วัตต์

100 Lux
2.60 ม.

บ้านและคอนโดทั่วไปสูงประมาณ 2.4 – 2.8 เมตร (ใช้คำนวณระยะห่างระหว่างโคม)

ปุ่มลัดสเปกมาตรฐาน:
* ค่าสมมติ ปรับเปลี่ยนได้
จำนวนโคมดาวน์ไลท์ที่แนะนำ
4 ดวง ผัง 2 × 2

สำหรับห้องนอนขนาด 9.0 ตร.ม. ให้แสงสว่างเฉลี่ยประมาณ 134 Lux

📐 ผังจำลองตำแหน่งเจาะฝ้า

3.00 × 3.00 ม.
ระยะห่างระหว่างโคม ประมาณ 1.50 ม.
ระยะห่างจากขอบผนัง ประมาณ 0.75 ม.

สรุปความสว่างและการใช้พลังงาน

ความสว่างเป้าหมาย 100 Lux
ความสว่างเฉลี่ยโดยประมาณที่ได้จริง ~134 Lux
ปริมาณแสงสว่างรวม (ลูเมน) 3,200 lm
กำลังไฟฟ้ารวม 36 วัตต์
ประมาณการค่าไฟต่อเดือน ~18 บาท/เดือน

* คำนวณจากสูตร: วัตต์รวม × ชม.ต่อวัน × 30 วัน ÷ 1,000 × 4.25 บาท/หน่วย (ไม่รวมค่าบริการและภาษี)

🛒 ค้นหาโคมดาวน์ไลท์ตามสเปกที่แนะนำ

ดาวน์ไลท์ LED 9W 3000K (Warm White)

* ลิงก์ค้นหาสินค้าเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบราคา เว็บไซต์อาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการสั่งซื้อ

🌈 เลือกสีแสงให้เหมาะกับบรรยากาศในห้อง

อุณหภูมิสี (Kelvin) มีผลโดยตรงต่ออารมณ์และสมาธิ — แตะเลือกสีแสงเพื่อดูตัวอย่างและคำแนะนำการใช้งาน

Warm White (3,000K)

กลุ่มแสงขาวอุ่น (< 3,300K) ตามคู่มือแนวทางสมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย (TIEA)

นิยมใช้ในห้องนอน

ให้แสงสีส้มนวล ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับห้องนอน มุมพักผ่อน และห้องรับประทานอาหาร

💡 เคล็ดลับความถูกต้องของสี (CRI / Ra):

อุณหภูมิสี (Kelvin) เป็นเรื่องของอารมณ์และความชอบ แต่หากต้องการมองเห็นสีของวัตถุ ผิวคน หรืออาหารตามความเป็นจริง ควรเลือกซื้อหลอดที่ระบุค่า CRI หรือ Ra 80 ขึ้นไป (ยิ่งสูงยิ่งแม่นยำ)

* หมายเหตุ: สีบนหน้าจอเป็นเพียงภาพจำลองเพื่อประกอบความเข้าใจ สีและแสงจริงอาจแตกต่างกันตามการตั้งค่าหน้าจอและสภาพแวดล้อม

🔬 โต๊ะจำลองแสงเชิงฟิสิกส์ (Point-by-Point Simulation)

จำลองความสว่าง (Lux) และเงาตกกระทบจริงบนระนาบโต๊ะทำงาน (สูง 0.75 ม.) ลากวัตถุซ้าย-ขวาเพื่อดูระดับความสว่างตามระยะจริง

⚡ คำนวณตามกฎ Inverse Square Law
1.85 ม.
1.0 ม. ฝ้า 2.6 ม. (h=1.85 ม.) 3.5 ม.
800 lm
ลากแก้ว 🥛 หรือกดลูกศรวัด Lux
ในกรวยแสง (Direct Beam)
-2.0 -1.5 -1.0 -0.5 0 ม. (กึ่งกลาง) +0.5 +1.0 +1.5 +2.0 แถบกระจายแสงบนโต๊ะ: ⬛ แสงน้อย / นอกแนวแสง → 🟨 แสงสว่างเข้มข้น 104 Lux
ลองวางแก้วที่ระยะ:
แสงน้อย / นอกแนวแสง แถบสีความเข้มแสงบนโต๊ะ (Heatmap) แสงสว่างเข้มข้น
ความสว่างบนโต๊ะ (E)
104 Lux
ระดับความสว่างปกติ
ระยะห่างจากแนวโคม (d)
0.00 ม.
ใต้โคมไฟโดยตรง
มุมตกกระทบ (θ)
0.0°
อยู่ในกรวยแสง
ความเข้มแสงโคม (I)
356 cd
แคนเดลา (Candela)
💡 ทำไมค่า Lux จุดจำลองจึงดูต่างจากค่าเฉลี่ยทั้งห้อง?

1. แสงตรง vs แสงสะท้อน: แบบจำลองนี้คำนวณเฉพาะ แสงตรง (Direct Illuminance) ที่ส่องลงมาตามทฤษฎี Inverse Square Law ไม่รวมแสงสะท้อนจากผนังและเพดาน ซึ่งในห้องจริง แสงสะท้อนจากผนังและเพดานจะช่วยให้สว่างขึ้นอีก มากหรือน้อยขึ้นกับสีผนังและเพดาน

2. การติดตั้งแบบหลายโคม (Overlapping Cones): ในการใช้งานจริง โคมไฟจะถูกติดตั้งหลายจุดตามตารางผังห้อง กรวยแสงจากแต่ละโคมจะซ้อนทับกัน เติมเต็มความสว่างให้สม่ำเสมอทั่วห้อง (ลองกดปุ่ม "2 โคมซ้อนทับ" ด้านบนเพื่อดูผลลัพธ์)

คู่มือการคำนวณและเกณฑ์ความสว่างในบ้านพักอาศัย

การออกแบบแสงสว่างภายในบ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "กำลังวัตต์" เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่ใช้งาน สัมประสิทธิ์การใช้งานโคม (UF) และการจัดผังตำแหน่งโคมเพื่อความสม่ำเสมอของแสง

📊 สูตรวิธีลูเมน (Lumen Method)

อ้างอิงตามคู่มือสมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย (TIEA) และวารสารกรมวิทยาศาสตร์บริการ:

ลูเมนที่ต้องการ = (Lux × พื้นที่ห้อง) ÷ (UF × MF)
  • Lux: ความสว่างเป้าหมายที่ต้องการตามประเภทห้อง
  • UF (Utilization Factor): สัดส่วนแสงสว่างจากโคมที่ส่องถึงระนาบใช้งาน คำนวณจากตาราง CU ตามอัตราส่วนช่องห้อง (RCR) ยิ่งห้องแคบหรือเพดานสูง UF จะยิ่งต่ำลง
  • MF (Maintenance Factor): ค่าการบำรุงรักษาเผื่อความสว่างลดลงจากฝุ่นและอายุหลอด LED (กำหนดไว้ที่ 0.8)

📏 กฎระยะห่างและตำแหน่งติดตั้ง

เพื่อให้แสงสว่างกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอและไม่เกิดมุมมืด:

  • การปัดเศษเลขคู่: ในบ้านพักอาศัย นิยมติดตั้งโคมดาวน์ไลท์เป็นเลขคู่ (เช่น 2, 4, 6, 8 ดวง) เพื่อความสมมาตรทางสถาปัตยกรรม
  • ระยะห่างผนัง: ระยะห่างจากผนังถึงโคมแถวแรก ควรมีค่าเป็นประมาณ ครึ่งหนึ่ง ของระยะห่างระหว่างโคม
  • ระยะห่างสูงสุด (Smax): อ้างอิงข้อมูลโคม 4 นิ้วรุ่นหนึ่ง (มุมแสง 63.5°) ที่มีอัตราส่วน SHR เท่ากับ 1.24 ระยะห่างระหว่างโคมจึงไม่ควรเกิน 1.24 × (ความสูงฝ้า − 0.75 ม.) ทั้งนี้โคมแต่ละรุ่นอาจมีมุมแสงต่างกัน
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer): เครื่องมือนี้เป็นการประมาณการความสว่างเบื้องต้นสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป ค่าจริงอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นโคมดาวน์ไลท์ สีและวัสดุของผนังเพดาน และการติดตั้งหน้างาน เครื่องมือนี้ไม่ใช่การออกแบบระบบแสงสว่างเชิงวิศวกรรม

คำถามที่พบบ่อยเรื่องหลอดไฟและโคมดาวน์ไลท์

ทำไมการเลือกซื้อหลอดไฟหรือโคมดาวน์ไลท์ต้องดูลูเมน (Lumen) ไม่ใช่แค่วัตต์ (Watt)? ▼

วัตต์ (Watt) บอกเพียงอัตราการกินพลังงานไฟฟ้า ส่วนลูเมน (Lumen) คือปริมาณแสงสว่างจริงที่ตามนุษย์มองเห็น เทคโนโลยี LED แต่ละยี่ห้อมีประสิทธิภาพต่างกัน หลอดไฟ 9 วัตต์เหมือนกันอาจให้ลูเมนต่างกันได้ ดูตัวเลขบนกล่อง การคำนวณความสว่างจึงต้องคำนวณจากค่าลูเมนเป็นหลัก

ระยะห่างระหว่างโคมดาวน์ไลท์ควรห่างกันเท่าไร? ▼

ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความสูงของฝ้าเพดานและมุมกระจายแสงของโคม ตามคู่มือการออกแบบแสงสว่าง (SHR: Spacing to Height Ratio) อ้างอิงข้อมูลโคม 4 นิ้วรุ่นหนึ่ง (มุมแสง 63.5°) ที่ฝ้าสูง 2.6 เมตร ระยะห่างระหว่างโคมไม่ควรเกินประมาณ 2.29 เมตร เพื่อไม่ให้เกิดจุดมืดระหว่างโคม และระยะห่างจากขอบผนังถึงโคมแถวแรกควรเป็นครึ่งหนึ่งของระยะห่างระหว่างโคม ทั้งนี้โคมแต่ละรุ่นอาจมีมุมแสงต่างกัน

แสง Warm White, Cool White และ Daylight ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี? ▼

Warm White (3000K) ให้แสงโทนส้มอบอุ่น ผ่อนคลาย เหมาะกับห้องนอนหรือมุมพักผ่อน, Cool White (4000K) ให้แสงขาวนวลสบายตา เหมาะกับห้องนั่งเล่นและห้องทำงาน, Daylight (6500K) ให้แสงขาวสว่างชัดเจน กระฉับกระเฉง เหมาะกับห้องครัว พื้นที่ทำงาน หรือห้องอ่านหนังสือ หากต้องการให้สีวัตถุไม่เพี้ยนควรเลือกหลอดที่มีค่าความถูกต้องของสี (CRI/Ra) 80 ขึ้นไป

ห้องขนาดเท่ากัน ทำไมห้องเพดานสูงถึงต้องใช้จำนวนโคมมากกว่า? ▼

เมื่อเพดานสูงขึ้น ระยะห่างจากโคมไฟถึงระดับพื้นหรือโต๊ะทำงานจะเพิ่มขึ้น ทำให้แสงสูญเสียไปกับการสะท้อนที่ผนังด้านข้างมากขึ้น ค่าสัมประสิทธิ์การใช้งาน (UF) จะลดลง จึงจำเป็นต้องใช้ลูเมนรวมมากขึ้นเพื่อให้ได้ระดับความสว่าง (Lux) เท่าเดิม

ห้องทำงาน 3×3 เมตร ทำไมคำนวณได้มากถึง 12 ดวง? ▼

เกณฑ์ความสว่างสำหรับห้องทำงานหรืออ่านหนังสือแนะนำไว้ที่ 400–500 Lux ซึ่งเป็นค่าความสว่างบนหน้าโต๊ะทำงาน หากต้องการให้ได้ความสว่างระดับนี้ด้วยโคมดาวน์ไลท์บนเพดานอย่างเดียวจะต้องใช้จำนวนโคมมาก ในทางปฏิบัติ แนะนำให้ติดดาวน์ไลท์สำหรับแสงสว่างทั่วไปในระดับปกติ แล้วเสริมด้วยโคมไฟตั้งโต๊ะ (Task Light) ส่องเฉพาะจุด จะประหยัดและสบายตากว่า